ร้าน Notebook สำหรับ ทดสอบ

บทความ

ชมรมพระเครื่อง

16-07-2561 14:35:21น.
ชมรมพระเครื่อง

แทน ท่าพระจันทร์



สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน มีท่านผู้ใช้ชื่อว่า "สมาชิกข่าวสด" ขอทราบประวัติพระเกจิอาจารย์ทางใต้อยู่หลายองค์ และวันนี้ผมขอนำประวัติของพ่อท่านแสง วัดคลองน้ำเจ็ด จังหวัดตรัง ซึ่งท่านเป็นพระสงฆ์ที่มีเมตตาธรรมสูง เป็นที่เคารพรักของชาวบ้านจังหวัดตรัง มาให้อ่านเป็นอันดับแรกนะครับ



พระครูโอภาสวุฒิคุณ (หลวงพ่อแสง) วัดคลองน้ำเจ็ด ท่านเกิดที่บ้านพรุชี ตำบลโคกหล่อ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง เมื่อปีพ.ศ.2429 โยมบิดาชื่อรอด โยมมารดาชื่อนุ่ม 



ในวัยเด็กบิดาได้นำท่านไปฝากเรียนหนังสือกับพระครูวินัยธร วัดแจ้ง ต่อมาเมื่อท่านอายุได้ประมาณ 16 ปี ท่านก็ได้บรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดคลองน้ำเจ็ด อยู่ได้ 2 พรรษาท่านก็ลาสิกขามาช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพ พอท่านอายุได้ 21 ปี ในปีพ.ศ.2450 ท่านจึงได้อุปสมบทที่วัดคลองน้ำเจ็ด โดยมีพระครูบริสุทธิศีลาจารย์ (ลบ) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูวิมลศิละขัน (หนู) วัดแจ้ง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ หลวงพ่อซ้วน วัดคลองน้ำเจ็ด เป็นพระอนุ สาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า "ยโสธโร" 



เมื่ออุปสมบทแล้วท่านก็ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดแจ้งเล่าเรียนพระธรรมวินัย และวิทยาคมต่างๆ จากหลวงพ่อหนู 4 พรรษา ซึ่งหลวงพ่อหนูท่านเก่งกล้าทางด้านวิทยาคม ต่อมาจึงได้ย้ายมาจำพรรษาอยู่กับหลวงพ่อลบ อุปัชฌาย์ของท่าน และได้เรียนวิทยาคมจากหลวงพ่อลบ ต่อมาได้เรียนกับหลวงพ่อวัน มานะโส และกับหลวงพ่อทุด วัดคลองน้ำเจ็ด



เมื่อหลวงพ่อทุด เจ้าอาวาสวัดคลองน้ำเจ็ดมรณภาพ หลวงพ่อแสงท่านก็ได้รับนิมนต์ให้ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดคลองน้ำเจ็ดสืบแทน สมณศักดิ์ที่ท่านได้รับคือ ปีพ.ศ.2467 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดคลองน้ำเจ็ด ปีพ.ศ.2469 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบล ปีพ.ศ.2498 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูโอภาสวุฒิคุณ หลวงพ่อแสงท่านเป็นพระสงฆ์ที่มีเมตตาธรรมสูง ผู้ใดมีความทุกข์โศกต่างๆ ท่านก็ช่วยบำบัดให้ทุกรายไป ท่านสั่งสอนธรรมให้แก่บรรดาศิษย์เสมอ ปกครองภิกษุ สามเณรด้วยความเสมอภาค เป็นที่เคารพของภิกษุ สามเณร เป็นที่พึ่งของทุกชนชั้น ดุจร่มโพธิ์ร่มไทรของชาวบ้าน หลวงพ่อแสงท่านมรณภาพเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2527 สิริอายุ 98 ปี พรรษาที่ 77



ในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่นั้น ชาวบ้านและลูกศิษย์ที่เคารพนับถือท่านมักจะมาขอปิดทองที่ตัวท่านอยู่เสมอ ท่านก็ไม่ว่าอะไร และจะมีผู้มาขอเอาทองที่ปิดที่ตัวท่านนำไปเก็บไว้เพื่อสักการบูชา ท่านก็อนุญาตให้ทุกครั้ง ต่อมาเมื่อท่านได้รับสมณศักดิ์เป็นพระครูโอภาสวุฒิคุณ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2498 ลูกศิษย์จึงได้ขออนุญาตท่านสร้างเหรียญขึ้น จำนวนประมาณ 800 เหรียญ เพื่อแจกจ่ายให้แก่บรรดาศิษย์ที่มาแสดงมุทิตาจิตต่อท่าน เหรียญรุ่นนี้ถือเป็นเหรียญรุ่นแรกของท่าน และปัจจุบันก็หายาก ใครมีต่างก็หวงแหนกันมาก ยิ่งคนตรังด้วยแล้วหวงมากครับ เหรียญรูปคล้ายๆ กันมีสร้างต่อมาอีกหนึ่งครั้ง แต่แกะแม่พิมพ์ใหม่ ต่างกันที่ด้านหลังเหรียญ จะมีคำว่า "ที่ระลึกในงาน..." ที่แตกต่างจากรุ่นแรกที่จะเขียนว่า "ไว้เปนที่ระลึกในคราวฉลองสมณศักดิ์ ๒๔๙๘" เหรียญรุ่นแรกจึงนิยมเรียกกันว่า เหรียญ "ในคราว" ซึ่งบ่งบอกความหมายถึงเป็นเหรียญรุ่นแรกครับ



ในวันนี้ผมได้นำรูปเหรียญรุ่นแรกมาให้ชมกันทั้งด้านหน้าและด้านหลังครับ



ด้วยความจริงใจ